วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ตราด



วันนี้กระผมตื่นนอนประมาณ 6.05 น. แม้เมื่อคืนจะเริ่มนอนประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ เพราะไม่ยอมพลาดฟุตบอลประเพณีการกุศลของอังกฤษ (Community Shield) ระหว่างปีศาจแดงและสิงโตน้ำเงินคราม ใครที่เป็นแฟนปีศาจแดง ก็ขอกล่าวคำว่า “รู้นะว่าเธอเจ็บ 555” หยอกเล่นนะครับ ฟุตบอลก็เหมือนกีฬาอย่างอื่นแหละครับ มีแพ้มีชนะเป็นเรื่องธรรมดาครับ

หลังจากตื่นมาทำภารกิจส่วนตัวเสร็จ ก็หันไปสะกิดพี่บอยตาม Step วันนี้ เปิดประตูออกมาข้างนอกยิ่ง Amazing เพราะว่าพื้นที่ในเหลายา อินแลนด์ รีสอร์ท (อย่าอ่านผิดเป็น เหล้า ยา อินแลนด์ทีเดียว) ค่อนข้างธรรมชาติมากเลยครับ ทุกห้องพักจะมีต้นไม้อย่างน้อย 1 ต้น เป็นเครื่องตกแต่งเชิงศิลปะประกอบในห้องครับ ผมได้เดินสำรวจห้องประชุมที่จะจัด CSR Campus ซึ่งอยู่ด้านหลังโต๊ะเคาท์เตอร์ด้านหน้ารีสอร์ทเองนี่แหละครับ ถือว่าเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ออกเดินทางแคมปัสที่การจัดสัมมนาใช้ห้องประชุมที่อยู่ใกล้กับถนนใหญ่มากเลยครับ ประมาณ 5 เมตรเองครับ ย้ำว่า 5 เมตรนะครับ (เสี่ยงต่อการที่ผู้เข้าร่วมอบรมหนีกลับกลางคันมากเลยครับ)

วันนี้เมนูอาหารเช้าเป็น American Breakfast และอีกเมนูที่พลิกวงการอาหารเช้า คือ ข้าวหมูแดง แทนที่จะเป็นข้าวต้มหมูหรือข้าวต้มไก่ตามที่ประเพณีรีสอร์ทถือปฏิบัติตามกันมา หลังจากจัดการกับอาหารเช้าเรียบร้อย เวลาประมาณ 8.00 น. เราก็เริ่มมาจัดข้าวของเพื่อเตรียมต้อนรับชาวตราดที่จะเดินทางมาเข้าร่วมเวที CSR Campus กัน

ในกิจกรรมเรียนรู้เรื่องหน้าที่พลเมือง ได้มีการนำเสนอหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น การเป็นผู้มีความพากเพียรแสวงหาเครื่องเลี้ยงชีพของตนเองโดยชอบธรรม ด้วยการใส่ใจในการทำงาน ไม่คดโกง หรือสร้างความเสียหายแก่บริษัท และให้ความร่วมมือแก่เพื่อนร่วมงาน อีกหัวข้อหนึ่ง คือ การมีความสวามิภักดิ์ต่อพระมหากษัตริย์ด้วยการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งการปฏิบัติดังกล่าวจะก่อให้เกิดการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข ในส่วนของความเป็นพลเมืองบรรษัท อยากเห็นการไม่ดำเนินกิจการที่สร้างความเดือดร้อนเสียหายต่อส่วนรวม โดยอยากให้ทุกบริษัทประกอบกิจการโดยคำนึงถึงสังคมส่วนรวม ไม่ยึดแต่ผลประกอบการและกำไรของตนเท่านั้น และอีกหัวข้อหนึ่ง คือ การส่งเสริมให้พนักงานมีศาสนธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ซึ่งจะทำให้พนักงานมีอารมณ์เย็น ไม่มีอารมณ์โมโห เป็นต้น

ต่อมาเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับ CSR เชิงระบบ เช่น การเข้าร่วมในความริเริ่มทาง CSR โดยสมัครใจ โดยจะเน้นการให้องค์กรเป็นตัวหลักในการรณรงค์เกี่ยวกับการลดเลิกอบายมุขต่างๆ เพราะการที่พนักงานยังติดอบายมุข จะมีส่วนสำคัญทำให้การรับผิดชอบต่อหน้าที่ลดน้อยลง หรือมีการทำ CSR ที่ลดลง องค์กรจึงควรมีนโยบายให้พนักงานได้มีกิจกรรมนันทนาการ เล่นดนตรี หรือเล่นกีฬาแทน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อพนักงานมากกว่า ส่วนหัวข้อถัดมาคือ ความเข้าใจเรื่อง CSR ขององค์กร โดยเสนอให้มีการจัดการสื่อสารด้าน CSR ในสถานศึกษามากขึ้น เพื่อที่จะทำให้นักศึกษาภายในสถานศึกษาได้รับทราบข้อมูล และเข้าใจความหมายของ CSR อย่างชัดเจน

ในช่วงพักทานอาหารเที่ยง ผมก็ได้มีโอกาสร่วมโต๊ะกับทั้งอาจารย์และนักธุรกิจ ซึ่งต่างเป็นชาวตราดกันทั้งหมด ประเด็นที่เรานำมาถกกันในมื้ออาหารเที่ยงคือเรื่องอาหารทะเล โดยส่วนตัวกระผมเข้าใจว่า อาหารทะเลต้องไปชิมที่ระยอง แต่กระผมกลับคิดผิดถนัดครับ เพราะจากการสนทนาทำให้รับทราบว่าแหล่งวัตถุดิบอาหารทะเลที่เราได้ลิ้มรสที่จังหวัดระยองนั้นมาจากจังหวัดตราดครับ ตราดจะมีอาหารทะเลที่ค่อนข้างสดกว่าและราคาถูกกว่า และก็มีข้อมูลอัพเดทส่วนหนึ่งด้วยครับว่า ปีนี้หอยเชลล์มีปริมาณออกสู่ตลาดซื้อขายค่อนข้างมากทำให้ปกติราคาหอยเชลล์ซึ่งอยู่ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม ปรับงมาเหลืออยู่ที่ราคา 20 บาทต่อกิโลกรัม (ท่านอ่านไม่ผิดหรอกครับว่า หอยเชลล์ราคา 20 บาทต่อกก.) ตามคำบอกเล่าอ้างอิงจากชาวประมงแถวจังหวัดตราดอีกทีนะครับ ถึงกับมีการเปรียบเปรยว่าตอนนี้เรือที่ใช้อวนดักกุ้ง ตอนนี้เค้าเลิกดักกุ้งแล้ว เค้าหันมาดักหอยเชลล์กันหมด มองอีกมุมหนึ่งก็ถือได้ว่า ธรรมชาติคงมีความผิดปกติอะไรอยู่ลึกๆ ล่ะครับ เพราะปกติปริมาณหอยเชลล์จะไม่เยอะขนาดนี้ (เฮ้อ เมื่อไหร่สมดุลของธรรมชาติจะกลับมา)

กิจกรรม CSR เชิงสร้างสรรค์ของจังหวัดตราดที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ “โครงการการเลี้ยงกุ้งอินทรีย์” โดยเน้นการลดใช้สารเคมี ยาปฏิชีวนะ และเป็นการสานต่อโครงการพระราชดำริของในหลวง (อ่าวคุ้งกระเบน) โดยมีเป้าหมายที่การรณรงค์ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วจังหวัดตราด หันมาทำการเลี้ยงกุ้งแบบอินทรีย์ เป็นมิตรกับธรรมชาติ เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าและทำให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่ปลอดภัยไร้สารตกค้าง อีกทั้งยังเป็นการรักษาสภาพแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

กิจกรรมต่อมาเป็น “โครงการคืนป่าชายเลนสู่ตราด” เนื่องจากจังหวัดตราดมีพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกทำลายอยู่มาก โครงการนี้จะเน้นการปลูกป่าชายเลนเพิ่มเติมในบริเวณดังกล่าว โดยการรวบรวมสมาชิกจัดตั้งชมรมปลูกป่าชายเลนทดแทน รวมทั้งมีการจัดตั้งขบวนรณรงค์การอนุรักษ์ป่าเพื่อปลูกจิตสำนึกและให้มีการติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมแก้ไขฟื้นฟูพื้นที่ส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมอีกด้วย

ส่วนกิจกรรมส่งท้ายคือ “โครงการปิด ปั่น ปลูก ลด” ที่มีคำย่อมาจาก ปิดเทอม-ปั่นจักรยาน-ปลูกป่าชายเลน-ลดภาวะโลกร้อน โดยเสนอให้มีการจัดทีมอาสาสมัครปั่นจักรยานแรลลี่เป็นกลุ่ม เก็บขยะตามเส้นทาง และเมื่อถึงที่หมาย ก็จะมีการแจกต้นกล้านำไปปลูกป่าชายเลนต่อ เพื่อเป็นการช่วยลดภาวะโลกร้อนและยังเป็นการฟื้นฟูแหล่งอนุรักษ์สัตว์น้ำด้วย โดยกิจกรรมดังกล่าวจะมีการจัดร่วมกับชุมชนในท้องถิ่น องค์กรต่างๆ ทั้งภาคเอกชนและรัฐ รวมถึงนักเรียนนักศึกษาด้วย

วันนี้ ผมได้มีโอกาสสนทนากับอาจารย์กัลวรรธน์ มหาสิงห์ จากวิทยาลัยเทคนิคตราด โดยท่านได้ให้มุมมองว่า “การมาวันนี้ได้รับความรู้เป็นอย่างมากในด้านการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมขององค์กร และได้รับรู้กิจกรรมต่างๆ ที่องค์กรมีส่วนช่วยสังคมด้วย โดยในส่วนของพลเมืองบรรษัท คิดว่าเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับนักศึกษาเป็นอย่างมาก ซึ่งจะทำการเผยแพร่ผ่านการสอนในรายวิชาและพิมพ์เอกสารพลเมืองบรรษัทแจกต่อนักศึกษาที่ไม่ได้มีโอกาสมาร่วมฟังในวันนี้ด้วย”

หลังจากจบงานสัมมนา CSR Campus เราก็เริ่มเก็บข้าวของ จนเสร็จสิ้นราว 17.00 น. รถตู้ก็พร้อมที่จะมุ่งหน้าสู่จังหวัดต่อไป วันนี้อากาศก็เหมือนเดิมครับ ฝนดูจะพร้อมตกอยู่ตลอดเวลา เวลามองฟ้าก็ช่างหม่นหมองเสียเหลือเกิน ระยะทางจากจังหวัดตราดไปจังหวัดจันทบุรีก็ประมาณ 60 กว่ากิโลเมตรครับ ก็ไกลนิดหน่อยแต่ไม่เกินความสามารถของพี่รถตู้เราครับ ขณะที่รถมุ่งหน้าตรงไปจนระยะห่างระหว่างจังหวัดเหลือแค่ 50 กิโลเมตร ก็ได้มีเสียงหมือนนางฟ้า (เจ้านายผมเองครับ) มาเตือนว่า “อย่าลืมกะปิตราดนะจ๊ะ ห้ามเป็นกะปิระยอง จันทบุรี นะ(อย่าแอบเนียน) ต้องกะปิตราด กระปุกตราดเท่านั้น ตรงไหนก็ได้ ข้างทาง หรือตลาดก็ได้” ผมถึงกับตะโกนโห่ร้องทันใดว่า ”กะปิตราดครับ” อย่างกับอะคีมิดิสตะโกนว่ายูเรก้า (แต่ผมตะโกนโดยไม่แก้ผ้าเหมือนอะคีมิดิสนะครับ) หลังจากเกิดการทักท้วงเรื่องกะปิตราดอย่างยิ่งใหญ่ รถตู้เราก็ Drift รถ U-Turn ตามสัญชาติญาณเลยครับ (Tokyo Drift ถึงกับหนาวเมื่อเจอ ตราด Drift)

ในที่สุดเราก็ได้ของฝากเป็นกะปิ 6 กระปุกเรียบร้อยแล้วครับ ได้ถามแม่ค้าว่า ทำไมกะปิตราดถึงดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศ แม่ค้าจึงบอกเคล็ดลับกะปิจังหวัดตราดว่าใช้เคย (กุ้งตัวเล็กๆ) ที่สดสะอาด เนื่องจากเมืองตราดมีแหล่งเคยที่สดและใหม่มากทำให้กะปิตราดเป็นของที่ระลึกประจำจังหวัดทีเดียว หลังจากซื้อของฝากเรียบร้อย เราก็มุ่งหน้าสู่จังหวัดจันทบุรีด้วยบรรยากาศของสายฝนที่โปรยปรายร่วมกับเพลงและแอร์เย็นๆ บนรถ เลยเกิดความรู้สึกคิดถึงใครบางคนทันที เหอ ๆๆๆ (เริ่มน้ำเน่า พอ..พอ)

เมื่อรถจอดเทียบปั๊มปตท.เพื่อขอเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนต่อไป ผมได้เจอรุ่นพี่สมัยเรียนปริญญาตรี ชื่อพี่พัน ซึ่งเป็นชาวจังหวัดจันทบุรีโดยกำเนิดครับ ไม่ให้เป็นการเสียเที่ยว ผมจึงถามพี่พันเรื่องร้านอาหารสำหรับมื้อเย็นในวันนี้ พี่พันได้แนะนำร้านศรโภชนาครับ ไม่รอช้า หลังจากร่ำลากันเสร็จ เราก็มุ่งตรงสู่ร้านศรโภชนาเลยครับ (หิวเหมือนกันนะเนี่ย)

หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อย เราก็มุ่งสู่โรงแรมเคพีแกรนด์ จังหวัดจันทบุรี ที่หน้าโรงแรม เราเจอพี่เบลบอยหน้าเหมือนพี่เบน ชลาทิศ เป็นอย่างมาก ทีแรกเข้าใจว่าพี่เบนเลิกร้องเพลงมาเป็นเบลบอยซะแล้ว (ผมขออนุญาตเรียกสรรพนามพี่เบลบอยคนนี้ว่าพี่เบนบอยนะครับ) หลังจากที่เราเก็บสัมภาระเข้าห้องกันเสร็จเรียบร้อยในเวลาประมาณ 19.00 น. ผมก็ได้ถามพี่เบนบอยว่า ที่จังหวัดจันทบุรีมีแหล่งเดินเที่ยวในตอนกลางคืนบ้างมั้ย จากน้ำเสียงพี่เบนบอยอันนุ่มลึกได้บอกว่า มีจตุจักรอยู่ด้านข้าง Robinson ซึ่งห่างจากโรงแรมเพียง 250 เมตร ท่านผู้ชม Blog ฟังไม่ผิดหรอกครับ เป็นจตุจักรของจังหวัดจันทบุรีเค้านะครับ ทีมงานเราก็ไม่ได้ทำให้พี่เบนบอยขาดศรัทธา เราได้มุ่งหน้าสู่จตุจักรจันทบุรีทันที

ณ จตุจักร จันทบุรี ของที่ขายส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้า โทรศัพท์มือถือ และของที่ระลึกต่างๆ เดินได้สักพัก ทีมงานสาวๆ เราก็หายไป ไม่ได้ถูกลักพาตัวไปไหนครับ หลงอยู่ในดงเสื้อผ้าสตรีนั่นเอง ส่วนตัวกระผม พี่บอย และคนขับรถ ก็เดินด้วยความว่องไวจนครบทั่วทั้งจตุจักรในเวลาไม่นาน ทีมสุภาพบุรุษจึงเดินต่อที่ Robinson ระหว่างเดินชมสินค้าพอเป็นที่เพลิดเพลิน พี่คนขับก็ชวนไปเล่นเกมส์ตู้ครับ เป็นเกมส์ขับรถที่ต้องเน้นการเบียดรถคันอื่นให้เสียหายด้วยจึงจะได้แต้ม เห็นฝีไม้ลายมือที่พี่เค้าทำลายรถข้างเคียงได้แต้มมโหฬารไปแล้ว ผมก็นึกได้คำเดียวครับว่า อย่าขับแบบนี้บนรถตู้นะผมเสียวววว...

จากนั้น เราทั้งหมดก็ลาจากจตุจักรกลับโรงแรมในเวลาประมาณ 21.30 น. ก็เริ่มทำธุระและนั่งพิมพ์ Blog อย่างต่อเนื่องจนหมดสติคาคีย์บอร์ดในเวลา 23.00 น. แล้วมาติดตามกันต่อนะครับว่า CSR Campus พรุ่งนี้ จะเป็นอย่างไรต่อไป ราตรีสวัสดิ์ครับพี่น้องชาวไทย

2 ความคิดเห็น:

  1. ดูบอลหรือ...ทำไรหรอคะคุณวิทยากรหน้าตาดี หุหุ
    ได้แวะไปเที่ยวเกาะบ้างหรือเปล่า ฮ่าๆๆๆๆๆๆ (เวลาเยอะ)ชอบโครงการเลี้ยงกุ้งอินทรีย์ (เลี้ยงกุ้งแบบเลี้ยงนกอินทรีย์อะหรอคะ โหอย่างงี้กุ้งก็บินได้สิ ฮ่าๆๆๆ)จริงๆ แล้วเป็นคนที่ชอบกินกุ้งค่ะ อยากให้ทำโครงการนี้ทั้งประเทศไทยเลยค่ะสำหรับคนที่เลี้ยงกุ้ง จะได้ทำให้ผู้บริโภคอร่อย !!!! และปลอดภัยด้วย ชอบๆๆ โหวตๆๆๆๆ

    ตอบลบ
  2. คุณน้องคะ.... พออ่านแล้วก็รู้เลยว่าช่างกินจังนะคะ ก็เจอรุ่นพี่ แทนที่จะชวนไปร่วมสัมมนา กลับถามที่กินสะงั้น แต่ก็ให้อภัยได้จากการที่คุณน้องช่างเป็นคนที่ใส่ใจกับเจ้านายสะจริงๆ ที่ไม่ลืมกะปิให้เจ้านาย ว่าแต่ว่าเจ้าน้องคุณน้องทำไมกินกะปิเก่งจัง 6 กระปุก เนี่ยบ้านพี่กินทั้งปีนะคะ เป็นอย่างนี้เจ้านายรักตายเลย...

    ไปตราดกินกั้งหรือเปล่าอะ... ขอบอกว่าอร่อยมั่กๆ

    ตอบลบ