วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2552

อุบลราชธานี

วันนี้กระผมเริ่มชินจากการตื่นชนะนาฬิกาปลุก digital แล้วครับจากเมื่อก่อนยังต้องพึ่งพาการปลุกของนาฬิกา digital อยู่ (เริ่มภูมิใจตัวเองอาจจะเป็นเพราะการระลึกหน้าที่ตนอยู่เสมอก็เป็นไปได้ เหอ ๆ CSR ชัด ๆ) แต่พอหันไปที่พี่บอยก็ยังแพ้ต่อความงัวเงียอยู่เช่นเดิม อิ อิ จากนั้นผมเริ่มไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัวเรียบร้อยก็ต้องเริ่มมา Update ข่าวสารบ้านเมืองกันสักหน่อย แหม เปิดมาข่าวแรกก็สะเทือนใจแล้วครับที่มีคนนำสุนัขไปลากด้วยรถกะบะ (ช่าง Hardcore จริง ๆ) ผมอยากทราบเหลือเกินว่าสุนัขตัวนั้นไปทำผิดอะไรขนาดนั้นถึงต้องทรมานขนาดนี้ด้วย ทราบอีกทีหลังด้วยว่าหลังจากรถกะบะวิ่งอย่างเมามันแล้ว สุนัขก็ตายทันทีพร้อมกับความสะใจของคนเหยียบคันเร่งกะบะคันนั้ (อยากให้กรรมขี่จรวดไปสนองคนขับจริง ๆ)

แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ข่าวร้ายอย่างเดียวนะครับ วันนี้ยังมีข่าวดีอีกด้วยที่รัฐบาลประกาศ GDP ติดลบน้อยกว่าที่คาดไว้ (ดีกว่าที่คาดไว้แต่ยังติดลบอยู่) ผมคาดเดาว่าวันนี้ดัชนีหลักทรัพย์คงตอบรับกับข่าวดังกล่าวกระฉูดแน่นอนครับ แต่อย่าพึ่งนิ่งนอนใจครับเพราะจากการที่กระผมมองอัตราแลกเปลี่ยนของเราก็ยังแข็งเกินไปอยู่ดี ซึ่งปัจจัยตรงนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่กระทบต่อธุรกิจภาคส่งออกโดยสัดส่วนของ GDP ส่วนใหญ่บ้านเรามาจากการส่งออกนั่นเอง (เฮ้อ เห็นใจต่อผลประกอบการภาคส่งออกจริง ๆ) แต่ธุรกิจภาคส่งออกอย่าพึ่งท้อใจครับ ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งท่านผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เคยประกอบธุรกิจการส่งออกเช่นกันครับ และก็เคยพบสภาพวิกฤตแบบนี้มาแล้วเช่นกัน แต่ท่านผู้นี้ก็ยังยึดมั่นในหลัก CSR แล้วสามารถผ่านวิกฤตดังกล่าวมาได้ดังนี้

จะว่าไปแล้วในช่วงเกิดเหตุ บริษัทขาดทุนอย่างหนักจนแทบจะรับไม่ไหว มีหลายคนยุให้ผมปิดบริษัทย้ายสำนักงานแล้วไปเปิดบรษัทใหม่ในชื่ออื่น เพราะหนี้ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความรับผิดชอบส่วนตัวทุกอย่างทำให้นามบริษัทในอดีตหรือแม้แต่ปัจจุบันก็ตามทีผู้บริหารที่ไม่รับผิดชอบทั้งหลายต่างก็ใช้วิธีในการหนีหนี้ หนีความรับผิดชอบแล้วไปเปิดบริษัทใหม่ ชื่อใหม่ ล้างน้ำใหม่ อะไรทำนองนั้นผมปฏิเสธไปทุกครั้งเพราะเห็นว่าการทำอย่างนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเมื่อมีปัญหาแล้ว คนเราต้องมีความรับผิดชอบกล้ารับผิด มีความเป็นสุภาพบุรุษลูกผู้ชาย มีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ที่เราได้กระทำลงไปไม่ว่าจะดีหรือเลว ทุกอย่างมาจากการกระทำของเราทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้จะยืนยงอยู่ตลอดไปแม้กระทั่งเราหมดลมหายใจไปแล้ว ความจริงย่อมเป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ และตัวเองย่อมรู้ตัวดีที่สุดในสิ่งที่เราทำลงไป ไม่มีทางที่จะหนีความจริงและตัวเองพ้น ดังนั้นผมจึงตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อชดใช้หนี้สิน แสดง ความรับผิดชอบต่อหน้าที่และสิ่งที่เราทำ เพราะการจะให้คนอื่นเคารพเราได้ เราจะต้องเคารพตัวเราเองก่อน และเราจะเคารพตัวเองอย่างเต็มภาคภูมิได้ ก็ต่อเมื่อเราเป็นคนดีอย่างแท้จริง

หลังจากอ่านบทความเสร็จคงรู้สึกทึ่งใช่มั้ยครับว่าเราสามารถนำหลัก CSR มาฝ่าฟันวิกฤตได้ซึ่งบทความนี้ผมได้นำมาจากหนังสือ ผมจะเป็นคนดี ภาค ก่อสร้างธุรกิจ ของคุณวิกรม กรมดิษฐ์ เจ้าของอาณาจักรนิคมอุตสาหกรรมอมตะนั่นเอง ผมคิดว่าที่คุณวิกรมสามารถฝ่าฟันวิกฤตจนเป็นมหาเศรษฐีได้จนถึงทุกวันนี้ อาจเป็นเพราะท่านยึดหลักความรับผิดชอบหรือCSR ในธุรกิจอย่างเต็มความสามารถมาโดยตลอดนั่นเอง (แหม การทำ CSR ช่างมีอิทธิพลต่อความสำเร็จในธุรกิจอย่างยิ่งจริง ๆ นะครับเนี่ย)

หลังจากผมพล่ามไปซะไกลเราก็เริ่มกลับมาจัดของที่ห้องประชุมและกิจกรรมแรกเรื่องหน้าที่พลเมืองที่น่าสนใจของชาวอุบลราชธานีมีดังนี้ เช่น การไม่เบียดเบียนผู้อื่นด้วยกาย วาจา ใจ ด้วยการดำเนินชีวิตเน้นการพึ่งตนเองมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นด้านชีวิตส่วนตัวและอาชีพการงาน ทำให้ไม่มีการเบียดเบียนต่อผู้อื่นทั้งสิ้น ส่วนด้านพลเมืองบรรษัทต้องการให้ธุรกิจมีการเน้นเรื่องธรรมาภิบาล เพราะหลักธรรมาภิบาลขององค์กรธุรกิจนั้นจะครอบคลุมทุกด้านเกี่ยวกับจริยธรรมธุรกิจ ส่วนหัวข้อที่น่าสนใจถัดมาคือ การเป็นผู้มีความสัตย์เพราะนิสัยส่วนตัวจะเป็นคนที่ตรงต่อเวลา ไม่ลอกการบ้านเพื่อน มีความรับผิดชอบตอการงานอย่างเคร่งครัด และส่วนของพลเมืองบรรษัทต้องการให้ธุรกิจไม่ดำเนินกิจการที่สร้างความเดือดร้อนแก่สังคม เพราะจะทำให้สังคมอยู่เป็นสุขและธุรกิจนั้นยังได้รับการยอมรับจากสังคมเพิ่มด้วย

หัวข้อกิจกรรม CSR เชิงระบบที่น่าสนใจของชาวจังหวัดอุบลราชธานีมีดังนี้ เช่น ความเข้าใจในเรื่อง CSR ภายในสถานศึกษาด้วยการแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจด้าน CSR ระหว่างคณะเพื่อนำความรู้ CSR ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนไปปรับเปลี่ยน และปรับปรุงให้เกิดประโยชน์ต่อภาคส่วนต่าง ๆ ในสถานศึกษาด้วย ส่วนหัวข้อต่อมาคือ การสื่อสารเรื่อง CSR ด้วยการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์การรับถ่ายน้ำมันเครื่องรถยนต์ ให้ชุมชนภายนอกเข้าใจเพราะลูกค้าภายนอกจะเข้าใจว่าศูนย์ Toyota จะให้บริการแก่รถยนต์ Toyota เท่านั้น แต่กิจกรรมดังกล่าวยังเปิดกว้างแก่รถยนต์ยี่ห้ออื่น ๆด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ต้องการถ่ายน้ำมันเครื่องรถยนต์มากด้วย

ช่วงพักเที่ยงวันนี้ผมได้ร่วมโต๊ะกับพี่ๆจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งพี่เหล่านี้เค้าได้เล่าเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งบางสถานที่นั้นต้องเริ่มออกเดินทางตั้งแต่ 8.00 โมงเช้าไปถึงเที่ยงวันก็ยังมี (จังหวัดนี้ทำไมช่างใหญ่นัก) ซึ่งความคิดผมหากต้องใช้เวลาการเดินทางขนาดนี้ คงต้องเที่ยวข้ามจังหวัดกันแหละครับ และกระผมก็ยังคิดต่อว่าการที่อำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดอุบลราชธานีมีพื้นที่ขนาดใหญ่ก็อาจจะเป็นข้อดีอย่างหนึ่งก็ได้นะครับ เพราะการที่แต่ละอำเภอมีขนาดใหญ่ ทำให้แต่ละอำเภอสามารถพึ่งตนเองได้จนกระทั่งสามารถแยกออกมาตั้งเป็นจังหวัดได้เช่น อำนาจเจริญ แถมยังมีอำเภอเดชอุดมที่กำลังจะแยกตัวไปเป็นจังหวัดใหม่อีกซะด้วย

สุดท้ายเป็นกิจกรรม Creative CSR ที่น่าสนใจของชาวจังหวัดอุบลราชธานีโดยมีดังนี้เช่น “โครงการวิถี easy ที่จังหวัดอุบลราชธานี” ด้วยการสร้างการรับรู้และปรับปรุงทัศนียภาพของสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดอุบลราชธานี โดยทางธุรกิจเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนในการปรับปรุงทัศนียภาพร่วมกับชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่สถานที่ท่องเที่ยวนั้น และเมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งทำให้เกิดการสร้างรายได้กับชาวบ้านและชุมชนจังหวัดอุบลราชธานีอีกด้วย

กิจกรรม Creative CSR ต่อมาคือ “โครงการ Moon River Eco-Tourism” เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยเริ่มจากการล่องเรือในแม่น้ำมูล และพัก Home Stay เพื่อชมวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น การปลูกข้าว การเป่าแคน การแกะสลักเทียนพรรษา แล้วหลังจากเที่ยวชมเสร็จก็จะกลับมาที่ Home Stay เพื่อร่วมรับประทานอาหารพื้นบ้านประจำท้องถิ่นเป็นระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ซึ่งจะมีการดำเนินกิจกรรมช่วงกันยายน – ตุลาคม เพราะช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วง High Season

และในกิจกรรมสุดท้ายที่ได้รับความสนใจก็คือ “กิจกรรมทัวร์ท่องมูล ชมเมืองดอกบัวงาม” โดยกิจกรรมการท่องเที่ยวจะผสมผสานการบำเพ็ญประโยชน์ร่วมด้วย โดยเริ่มจากการล่องเรือจากท่าน้ำวัดสุปัฎฯ ถึงเขื่อนปากมูลและในช่วงเวลาขณะล่องเรือก็มีการชมธรรมชาติต่าง ๆ รวมถึงมีการบำเพ็ญประโยชน์ด้วยการปล่อยนกปล่อยปลา และเก็บขยะมูลฝอยตามเส้นทางที่เราท่องเที่ยวด้วย

วันนี้กระผมได้มีโอกาสสนทนากับอาจารย์นวิทย์ เอมเอก ประธานหลักสูตรสาขาการจัดการทั่วไป คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยท่านกล่าวว่า “วันนี้หลังจากฟังบรรยายทำให้เข้าใจความรู้ CSR มากขึ้น จากทีแรกคิดว่าการทำ CSR เป็นการทำเพื่อประชาสัมพันธ์แต่ตอนนี้กลับรู้แล้วว่าการทำ CSR เป็นการทำเพื่อให้องค์กรมีความยั่งยืนเพิ่มขึ้น และในส่วนของพลเมืองบรรษัทจะนำเอกสารการบรรยายวันนี้ไปสำเนาแจกให้กับนักศึกษาที่ไม่ได้มาวันนี้ และต้องการมีการจัดประชุมนักศึกษาคณะบริหารศาสตร์มาอบรมความรู้ CSR ให้เข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติได้ก่อนที่นักศึกษาจะเข้าไปทำงานในตลาดแรงงาน”

หลังจากงาน CSR Campus ของจังหวัดอุบลราชธานีจบลง เราก็เริ่มออกหาของที่ระลึกซึ่งจังหวัดอุบลก็จะมีหมูยอและอาหารต่าง ๆ ที่ขึ้นชื่อเยอะมาก โดยเราได้ซื้อตุนไว้เต็มรถเลยครับซึ่งแบ่งเป็นของฝากประมาณ 10 % นอกนั้นอีก 90 % เป็นอาหารทานเล่นบนรถตู้และเมื่อเราทานอาหารทานเล่นไปเรื่อย ๆ จนเป็นอาหารเย็น 1 มื้อได้เลยนะครับ เราก็เริ่มรู้สึกอิ่มมาระดับหนึ่งแล้วครับ โดยวันนี้เราได้ไปแวะถ่ายรูปที่ Amazon Café ด้วยครับ (<---ซื้อกาแฟด้วยนะ มิใช่ถ่ายรูป..สวย...อย่างเดียว) ซึ่งรูปที่ออกมาค่อนข้าง HISO มากเหมือนไปเที่ยวเมืองนอก (หรือนอกเมือง) เลยครับ ตอนนี้รถตู้ของเราก็ใกล้ถึงจังหวัดอำนาจเจริญแล้วครับ มีพี่ทีมงานสุดสวยท่านหนึ่งอยากทานอาหารอีสานเป็นอย่างมาก (สงสัยคงจะอัดอั้นมาก) โดยทีมงานสาวสวยท่านนี้ได้ให้เหตุผลว่าไหน ๆ เราก็มาทำกิจกรรม CSR Campus ที่อีสานทั้งทีหากจะไม่ทานอาหารอีสานก็คงเสียโอกาสน่าดู เมื่อเรามาถึงโรงแรมแล้วพี่รถตู้ก็ไปถามเจ้าหน้าที่โรงแรมให้แนะนำร้านอาหารอีสานในจังหวัดอำนาจเจริญสักหน่อย และก็เป็นไปตามคาดครับเราได้ร้านเป้าหมายแล้วครับ และในที่สุดเราก็มาถึงร้านอาหารอีสานตามที่เด็กโรงแรมแนะนำมา สภาพร้านมีโต๊ะประมาณ 8 ตัวและยังว่างอยู่ด้วย (ได้แต่นึกสภาพตอนนั้นว่าร้านที่เรามาวันนี้เค้าขายหรือเปล่า) ซึ่งต่อมาเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นครับอาหารอีสานที่ทีมงานคิดต้องมี ส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวเหนียว คอหมูย่าง (รูปแบบอาหารอีสานที่เราคิด) แต่ร้านที่เรามานั่งกันอยู่ตอนนี้มีแต่อาหารอีสานซึ่งเป็นแบบพื้นบ้านจริง ๆ เมนูแต่ละเมนูที่เราอ่านไม่คุ้นเลยครับ แล้วเราก็เริ่มสั่งแบบไม่คิดอะไรครับ และหลังจากทานอาหารแล้วก็ไม่ต้องคิดอะไรเช่นกัน เพราะรสชาติอาหารเผ็ดและเค็มได้สุดยอดมาก (เสี่ยงต่อการที่ลิ้นและไตจะพังมาก) หลังจากเราทานข้าวสวยกันอิ่มแล้วก็กลับโรงแรม เพื่อเตรียมพร้อมกับกิจกรรม CSR Campus ของอำนาจเจริญในวันพรุ่งนี้ต่อไป ราตรีสวัสดิ์ พี่น้องชาวไทย

1 ความคิดเห็น:

  1. ค้ะ ฝันดีค่ะ ....เย้ยยยย

    เป็นไงบ้างไปอุบล ใหญ่.....เนอะ เคยไปอยู่ครั้งนึงนะ แต่เสียได้มะได้เที่ยว ว่าแต่ทีมงานคุณได้เที่ยวกันบ้างหรือป่าวจ้ะ หรือว่าต้องรีบออกเดินทางต่อ แต่สังเกตได้จากโครงการทั้งหมดเป็นแนวเที่ยวๆ ทั้งนั้น ก็อยากใหโครงการเกิดขึ้น และอยากไปเที่ยวด้วยนะคะ อิอิ

    ตอบลบ