วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สุรินทร์


การเคลื่อนทัพของเราอาจจะมาถึงที่หมายช้าไปซักนิดครับ เพราะได้แวะทานข้าวกันที่จังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนที่จะมุ่งหน้ามายังจังหวัดที่มีสัตว์ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของไทยเรา ช้างครับผม (หวังว่าจะไม่มีใครคิดว่ากรุงเทพนะ เพราะปัจจุบันเรามักเห็นคนพาช้างไปเดินตามถนนในกรุงเทพเยอะเหลือเกิน) เราได้เคลื่อนสู่จังหวัดสุรินทร์ ณ โรงแรมเพชรเกษม ค่อนข้างจะดึกเลยทีเดียว ประมาณสามทุ่มกว่าๆ เห็นจะได้ ทราบข่าวมาอีกอย่างว่า พรุ่งนี้การอบรมจะมีผู้เข้าร่วมเยอะมากทีเดียว ผมจึงรีบนอนเอาแรงเพื่อจะได้เต็มที่กับงานในวันรุ่งขึ้นครับ

เมื่อผมได้เดินเข้าห้องอบรมในตอนเช้าก็ตกใจกับห้องที่ใหญ่มากเลยครับ จังหวัดที่ไปมาก่อนหน้านี้ ไม่มีที่ไหนที่คนจะเยอะเท่านี้แน่นอน การลงทะเบียนก็เป็นระเบียบเรียบร้อยดีด้วยความสามารถของพี่สาวทั้งสองคนของเรา คิดว่าวันนี้ต้องเมื่อยแน่ๆ เพราะจำนวนโต๊ะนี่เยอะจริงๆ อาจารย์ก็มาตบไหล่บอกว่าเต็มที่เลยนะ ไอ้กระผมก็เต็มร้อยอยู่แล้ว ฮ่าๆ ผู้ที่มาเข้าอบรมวันนี้คาดว่าประมาณ 150คน เห็นจะได้ครับ ทุกท่านได้ให้การตอบสนองเป็นอย่างดี โต้ตอบกันอย่างสนุกสนานครับ และก็อย่างเคยครับ ใครๆ ก็อยากได้เสื้อของทางเราทั้งนั้น ถึงขนาดว่าจะให้ผมถอดของผมให้ด้วย เหอๆ เห็นภายนอกนะดีแล้ว ถอดจริงจะตกใจกับสภาพพุงของผมได้ ฉะนั้น เราเลยต้องรักษาภาพลักษณ์ซะหน่อยครับว่า สถาบันของเรานั้น มีแต่คนหน้าตาดี (ว่าไปนั่น)

ช่วงกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องหน้าที่พลเมือง มีผู้ที่เป็นคนที่ดีมากครับได้พูดถึงว่าตนเองเป็นผู้มีความพากเพียร เชื่อฟังยำเกรงต่อพระราชกำหนดกฏหมาย เป็นผู้มีความสัตย์ ซ้ำยังมีความสวามิภักดิ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย ทุกอย่างต้องเป็นไปตามความจริง เที่ยงธรรม นำไมตรี จะมีมิตรมาก มีคนรักใคร่ ท่านต่อมาได้แลกเปลี่ยนในหัวข้อเป็นผู้ไม่เบียดเบียนผู้อื่นด้วยกาย วาจาหรือแม้คิดด้วยใจ โดยไม่พูดจาว่าร้าย ไม่ทำลายผู้อื่นลับหลัง ไม่คิดหักหลังใคร ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น และอีกท่านเสนอว่าต้องเป็นผุ้มีความพากเพียร เชื่อฟังยำเกรงต่อกฏหมาย ซื่อสัตย์และมีความสวามิภักดิ์ต่อพระมหากษัตริย์ของเรา ส่วนในเรื่องของความเป็นพลเมืองบรรษัท อยากเห็นองค์กรธุรกิจแสวงหากำไรโดยใช้หลักธรรมาภิบาล ไม่สร้างความเดือดร้อน อยู่ในศีลธรรม เคารพกฏหมาย ดำเนินงานอย่างโปร่งใส และสนับสนุนการดำเนินกิจการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามบทบาทที่เอื้ออำนวย

การจัดโต๊ะแบ่งกลุ่มในวันนี้ค่อนข้างเป็นที่ลำบากหนักหนาซักหน่อยครับ เนื่องจากจำนวนของผู้เข้าอบรมมากและต้องจัดให้หันเข้าหาเวทีให้มากที่สุด จึงต้องใช้โต๊ะมากขึ้น แถมขาโต๊ะบางตัวก็ยังไม่ค่อยจะดีนักด้วย ผมเห็นใจพี่สาวๆ ของเราที่ต้องมาช่วยยกโต๊ะที่ค่อนข้างจะหนักทีเดียว พนักงานทางโรงแรมวันนี้ลาหยุดกันเยอะจึงไม่ค่อยมีคนมาช่วยเท่าไร (โถ่...ทำไมต้องเป็นวันนี้เนี่ย) แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีครับ

ในช่วงของการรับประทานอาหารกลางวัน ผมคิดว่าวันนี้ผมได้ข้อคิดเยอะมากเลย เพราะมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งได้แชร์ความคิดให้เราฟังในหลายๆ เรื่อง อย่างเช่น กรณีของช้างสุรินทร์นะ แม้เห็นว่าจะทำรายได้มาก แต่คนเลี้ยงช้างกับเจ้าของช้างตัวจริงนั้นเป็นคนละคนกัน ส่วนใหญ่แล้วเจ้าของช้างตัวจริงจะเป็นนายทุนที่ให้เช่าช้างมาทำมาหากิน ฟังแล้วน่าเจ็บใจมากเลย ทั้งๆ ที่ช้างเป็นสัญลักษณ์ของประเทศแล้ว ดันไปทำกับมันแบบนี้ ไม่รู้ว่าแต่ละวันมันกินกันอิ่มไหม ทำให้คิดเปรียบเทียบว่าทำไมเราต้องไปเห่อกับแพนด้าด้วยก็ไม่รู้ เอาเงินมากมายไปสร้างห้องให้มันอยู่แทนที่จะเอาเงินมาปลูกต้นไม้ให้ช้างหรือสัตว์ของบ้านเรายังจะดีกว่า นอกจากนี้ ท่านยังพูดถึงการรักษากฎหมายในบ้านเราว่า เวลาทำผิดโดนจับ ก็มักใช้อิทธิพลวิ่งเต้นให้หลุดพ้นคดีหรือความผิด อย่างเราเห็นป้ายหยุดบนถนนก็ไม่ยอมหยุด ดูต่างประเทศเค้าเจอป้ายหยุด ทั้งๆ ที่ไม่มีรถก็ยังหยุด บ้านเราเห็นไฟแดง แต่มองซ้ายขวาไม่มีใคร ก็ไปเลยซะงั้น ผู้ใหญ่ท่านนี้ยังเล่าอีกว่า สมัยก่อนได้มีโอกาสไปยังประเทศอเมริกา และได้บังเอิญผ่านไปย่านหนึ่ง ขณะที่ Vice President ของเขากำลังขับรถมาร่วมประชุม แต่โดนตำรวจท้องถิ่นจับข้อหาขับรถเกินความเร็วที่กำหนด ท่านยังบอกให้เขียนค่าปรับและยอมรับผิด แถมยังได้ออกโฆษณาในตอนเย็นขอบคุณตำรวจนายนั้นว่าทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย นี่ถ้าเป็นบ้านเรา ตำรวจคงจะโดนเล่นเป็นแน่ ผมได้ฟังแล้วก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเลย บ้านเมืองเรานั้น เรื่องอิทธิพลมันแทรกซึมอยู่ในสายเลือดไปหมดแล้ว เราได้นั่งคุยกันจนเวลาล่วงเลยไปเล็กน้อย เนื่องจากติดลมและก็สนใจกับความคิดดีๆ ของผู้ใหญ่ท่านนี้จริงๆ

ช่วงกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ CSR เชิงระบบ ได้มีการนำเสนอในหัวข้อการเข้าร่วมในความริเริ่มทางซีเอสอาร์โดยสมัครใจ โดยอยากให้นำผลผลิตในชุมชนมาแปรรูปให้เกิดประโยชน์ มีการรองรับและสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน ชาวบ้านจะได้มีความรู้มากขึ้น สามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพได้ ส่วนอีกท่านได้นำเสนอในหัวข้อเดียวกันว่า อยากให้จัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและมีการพัฒนาให้ชุมชนน่าอยู่มากขึ้น โดยให้มีการรับรองเรื่องประสิทธิภาพด้วย สำหรับการนำเสนอในหัวข้อการสื่อสารเรื่อง CSR ก็อยากจะให้มีการสื่อสารที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิตโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง มีการเชิญวิทยากรมาบรรยายให้ความรู้ เช่น การปลูกผักโดยไม่ใช้สารเคมี เพื่อให้สามารถนำไปประกอบอาชีพ เพิ่มรายได้ให้ครอบครัว

อาจารย์พัชรินทร์ โชคอำนวย สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ได้กล่าวถึงการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “เห็นว่าเป็นกิจกรรมเกี่ยวกับท้องถิ่นและชุมชน จึงเกิดความสนใจและพาน้องๆ นักศึกษามาร่วมกิจกรรมด้วย เพราะเราสัมผัสอยู่กับท้องถิ่นอยู่แล้ว รู้สึกดีมากที่คณะผู้จัดเดินทางมาให้บริการถึงที่จังหวัดของเราเลย คราวที่แล้ว จะมีแต่ผู้ใหญ่ สำหรับในเรื่องบทบาทหน้าที่พลเมือง เห็นว่าเป็นสิ่งสำคัญและสามารถนำไปปรับใช้ อย่างเช่นในเรื่องสิทธิมนุษยชน เราพูดถึงแต่สิทธิ์ แต่เราไม่เคยพูดถึงบทบาทหน้าที่ของเรา ถ้าทุกคนทำตามหน้าที่ของตนเองแล้ว ทุกอย่างก็จะสำเร็จ”

อาจารย์โชติกา ฉิมงามเสริฐ สาขาวิชาการตลาด คณะเทคโนโลยีการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานวิทยาเขตสุรินทร์ กล่าวก่อนไปรับประทานอาหารว่างยามบ่ายไว้ว่า “วันนั้นได้รับขอมูลก็ตัดสินใจมาเลยแล้วก็สนใจในเรื่อง CSR มาในระยะนึงแล้ว อย่างที่ท่านวิทยากรพูดว่า CSR มีหลายสัดส่วน และยังจับจุดนิ่งไม่ได้ก็พยายามที่จะค้นหาแล้วก็เลยได้ Website ของสถาบันมาก็ให้ความสนใจ พอรู้ว่าเป็นแนวการจัดการแบบใหม่ที่ไม่ใช่แค่ตัวเราคือทุกคนต้องร่วมกัน อยากให้นักศึกษารู้ว่า CSR คืออะไรจึงพามาด้วยในวันนี้ ได้มามีส่วนร่วมกันของสถาบันในสุรินทร์ เกิดเหตุการณ์แย้งชิงน้องๆที่จบจาก ม.6 กัน ก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ คิดว่ามาจัดวันเดียวน้อยไป อยากให้มีหลายๆวัน รู้สึกตัดสินใจผิดที่พามาเฉพาะปี 4 เพราะเค้าจะจบแล้วก็ไปใช้กับองค์กรที่จะทำงาน แต่ถ้ามีน้องปี 2-3 มาด้วยเค้าก็จะได้ต่อเติมไปอีกได้ ตอนแรกคิดว่าเป็นทางกฏหมาย แต่จริงแล้วคือความรับผิดชอบต่อตัวเองก่อน เมื่อตัวเองแล้วก็จะพัฒนาองค์กรไปได้ด้วย อยากได้วีดีทัศน์ด้วยและจะเปิดให้น้องๆดูทุกๆวันเลยค่ะ”

ในถึงกิจกรรมสุดฮาในวันนี้ครับ Creative CSR นั้นเองเราได้โครงการดีๆครับ ผู้มานำเสนอ 2ท่าน ได้มีการโชว์ท่าและคำปฏิญาณของสถาบันให้เราได้ชมครับ ก็เป็นที่น่าประทับใจ การนำเสนอเป็นในรูปแบบของข่าวประจำวันและมีมุขของโฆษณาโทรทัศน์หลายๆแบบ “โครงการพิซซ่าจากข้าวกล้องมะลิงอกเกษตรอินทรีย์” นำข้าวกล้องมะลิเกษตรอินทรีย์ ผ่านกระบวนการเป็นข้าวกล้องงอก นำข้าวกล้องงอกเป็นวัตถุดิบในการทำพิซซ่าจะได้พิซซ่าข้าวกล้องมะลิงอกเกษตรอินทรีย์ สำหรับคนใส่ใจในสุขภาพ ผู้บริโภคก็จะได้คุณภาพอาหารที่ดีขึ้น ผู้ประกอบการจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ผลผลิตจะเป็นที่ยอมรับของสังคม ลดการนำเข้าแป้งสาลีจากต่างประเทศ ที่สำคัญที่สุดผู้บริโภคได้รับสินค้าที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีการตบท้ายว่าหากผู้ใดสนใจให้ติดต่อตามเบอร์ที่ขึ้นตามด้านล่างของหน้าจอได้เลยนะครับ

กลุ่ม We Love Elephant ได้มี “โครงการพลังงานมูลช้าง” รวมช้างที่เป็นช้างสุรินทร์ตามโครงการช้างคืนถิ่น จัดตั้งสหกรณ์ สร้างถังเก็บมูลช้าง มีกระบวนการผลิตแก๊สโดยวิศวกร โดยทำให้เป็นพลังงานภายใต้กระบวนการผลิตแก๊สธรรมชาติ ต้องมีการสร้างแหล่งอาหารให้ช้างอย่างเพียงพอ จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ หรือให้คนที่อยากเรียนรู้เข้ามาศึกษาได้ โครงการนี้ช่วยลดปัญหาช้างเร่ร่อนและยังมีพลังงานทนแทนจากมูลช้างด้วย หลังจากกระบวนการจะได้แก๊สธรรมชาติ สามารถนำมาใช้ในครัวเรือนแถมยังปั่นเป็นกระแสไฟฟ้าได้ ชุมชนจะมีพลังงานที่ผลิตขึ้นเอง ลดค่าใช้จ่าย ส่วนที่เหลือสามารถนำไปขายและเกิดรายได้แก่ชุมชน

กลุ่ม 1 ไม่เป็น 2 ลองใคร ก่อนการบรรยายผ็มานำเสนอได้เรียกความมั่นใจโดยให้ทุกคนปรบมือตามคำสั่ง (เป็นไอเดียที่เยี่ยมเลย) “โครงการบ้านดินวิถีสุรินทร์สู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ” ต้องมีกระบวนการ 6 ร่วม คือ ร่วมเรียนรู้ ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมปฏิบัติ ร่วมรับผิดชอบและร่วมติดตามประเมินผล สร้างงานสร้างอาชีพให้ชุมชน จัดรูปแบบบริษัทชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยงเชิงอนุรักษ์ ทำบ้านดินให้เป็น Home stay ดึงดูดนักท่องเที่ยว เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการยอมรับนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ เกิดการบูรณาการทำงานร่วมกันชุมชนท้องถิ่น ภาครัฐและเอกชน

การบรรยายในวันนี้เป็นที่ประทับใจมากทั้งๆที่คนมาอบรมก็เยอะมากทีเดียว แต่ก็เป็นที่สนุกสนานกันไปครับ เห็นได้ว่าน้องๆจากสถาบันการศึกษก็มีความคิดสร้างสรรค์และก็กล้าที่จะแสดงออกอย่างมาก ระหว่างที่อบรมมีอยู่ช่วงหนึ่งที่โต๊ะพับลงมาเป็นที่ตกใจครับ ฮ่าๆๆ ตามโรงแรมต่างๆก็ใช้โต๊ะในลักษณะเดียวกันเป็นแนวที่พับขาได้ แต่ส่วนมากไม่มีที่ล๊อคผมก็เลยคิดว่าการใช้โต๊ะแบบนี้น่าจะมีการปรับปรุงซักหน่อยครับ ไม่ลืมครับกับการให้น้องๆ เข้าไปดูใน Website ของเราคราวนี้ผมบอกแบบเต็มๆไปเลยให้เข้าไปเลือกดูกันตามจังหวัดเอาเลย http://www.csrcampus.blogspot.com/ น้องๆหรือพี่ที่มาเข้าร่วมอบรมจะได้เข้าไปดูไปอ่านไปเสนอความคิดให้กับการเดินทางของเราด้วย ก็ดีใจที่หลายๆคนให้ความสนใจนะครับ

ก่อนสิ้นสุดกิจกรรมในวันนี้ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับอาจารย์รัชดากร เหลี่ยมดี ครูคณะศึกษา 2 แผนกการตลาดวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ ซึ่งท่านกล่าวก่อนที่จะเดินทางกลับว่า “ได้ข่าวมาจากทางวิทยาลัยและเห็นว่าจะสอคคล้องกับการสอนได้จึงพาน้องๆมาเข้าร่วมอบรมด้วย มาในวันนี้ก็ได้ความรู้ว่าการอยู่ร่วมกันนั้นเราควรจะปฏิบัติต่อกันอย่างไร คิดว่าการมาจัดที่นี่เป็นการกระจายความรู้ให้มาทั่วถึงในต่างจังหวัดด้วย จริงๆแล้วหน้าที่พลเมืองนั้นก็มีสอดแทรกอยู่ในสังคมศึกษาบ้าง แต่พอเรียนไปแล้วก็อาจจะลืม ก็สามารถนำเอาความรู้เนี่ยกลับมาใช้ได้ มาคอยกระตุ้นตัวเองได้”

การที่ทุกคนได้แยกย้ายกันกลับหมดแล้ว เราก็ไม่รอช้าครับเตรียมตัวมุ่งหน้าสู้จังหวัดต่อไปในทันที ทั้งๆที่พรุ่งนี้เป็นวันหยุดครับ วันแม่นั่นเอง หวังว่าทุกๆคนก็ควรจะกลับไปหาท่านหรือโทรไปหาท่านนะครับ เราควรมีความกตัญญูกับบุพการีครับ ถึงเราจะรีบไปเตรียมงานแค่ไหนผมก็ไม่ลืมที่จะเขียนให้ทุกๆท่านได้ติดตาม และเก็บภาพสวยๆจากสถานที่ต่างๆมาให้ชมกันครับ ที่ๆเราจะไปต่อไปนั้นจะเป็นที่ไหนก็ต้องติดตามกันไปนะครับ...สวัสดีครับ!

5 ความคิดเห็น:

  1. น่าแปลกนะ

    มาสุรินทรืครั้งนี้ไม่ลืมของบ้างหรอค่ะ
    ทุกทีเห็นลืมตลอด

    เอ้...
    ขามาไม่ลืม
    แต่ขากลับลืมปะค่ะ

    ตอบลบ
  2. ตั้งหน้าตั้งตารอ ของสุรินทร์ตั้งนาน
    ในทีสุดก้อได้ลงซะทีนะค่ะ

    ประทบใจมากค่ะ เพราะเป็นหนึ่งในผู่ร่วมเข้าอบรม
    พี่แม็คน่ารักมาก

    เมื่อไหร่มาอีกค่ะ
    บอกด้วยนะ

    ตอบลบ
  3. ชอบโครงการบ้านดินจัง เคยเห็นในรูป เวลาออกแบบดีๆแล้วสวยมาก อยู่ก็เย็น เค้าว่ากันว่า เอาไว้ถ้ามี Home Stay บ้านดินจะไปใช้บริการเด้อ

    ตอบลบ
  4. เหอๆ เป็นไง ไปเมืองช้าง ได้ขี่ช้างบ้างหรือป่าวจ๊ะ
    ดีมากเลยนะ โครงการที่นี่ก็ดีมากค่ะ อยากให้ทำได้ทุกโครงการ และที่สำคัญมาครั้งนี้ น้องๆ นักศึกษาเยอะจางงเยยยย

    สงสัยวิทยากรหนุ่มสุดหล่อ คงชื่นใจหายเหนื่อย อิอิ แซวเล่นเฉยๆ นะ รู้ว่างานทำด้วยใจอยู่แล้ว ค่ะ..

    ตอบลบ
  5. มีโครงการดีๆแบบนี้บอกด้วยนะคะหนึ่งในผู้อบรมที่ได้ที่1 เด็กอาชีวะแจ๋วอยู่แล้วโดยเฉพาะเด็กการตลาดเป็นอไรได้มากกว่าที่คุณคิด ส่งรูปพี่ๆให้หน่อยที่มาสุรินทร์ Aum.06.07.32@hotmail.com

    ตอบลบ