วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2552

นครพนม








หลังจากเราทานข้าวเสร็จที่จังหวัดสกลนครเราก็มุ่งไปสู่จังหวัดนครพนม โดยในใจกระผมก็หวังว่าจะมีโอกาสไปเที่ยวพระธาตุพนมด้วยนะเนี่ย เพราะก่อนหน้าที่เราจะไปจังหวัดนครพนม พวกเราก็มีโอกาสไปเที่ยวพระธาตุเชิงชุมที่จังหวัดสกลนครด้วย โดยบรรยากาศถือว่าสวยงามมากครับมีหลักศิลาจารึกโบราณบริเวณฐานพระธาตุด้วยครับ (ลองอ่านแล้วอ่านไม่ออกแฮะ จึงไม่ได้แปลมาให้ฟังใน Blog) กระผมลองถามพี่ Formula 1 ดูเค้าให้ความเห็นว่าพระธาตุพนมสวยกว่าและใหญ่กว่ามาก ผมถึงกับนั่งคิดว่าแค่พระธาตุเชิงชุมก็สวยแล้วนะเนี่ย พระธาตุพนมยังสวยกว่าอีกเหรอเนี่ย (ในใจได้แต่คิดว่าจะไม่พลาดการไปเที่ยวพระธาตุพนมแน่นอน)

ในระหว่างทางการเดินทางเราก็แวะไปที่โลตัสด้วยครับ ได้ของติดไม้ติดมือกันมาบ้างเช่น ดีวีดีเดี่ยว 7.5 ขนมครก ขนมมันปิ้ง และข้าวโพดอบเนย บางท่านอาจจะงงไปเดินโลตัสหรืองานวัด แหม เดินทางทุกวันทานแต่ขนม Seven Eleven มันก็มีเบื่อบ้างคงเป็นไปตามคำที่คนส่วนใหญ่บอกว่า “สูงสุดคืนสู่สามัญ” ตอนนี้รถตู้เราก็มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครพนมอย่างเต็มกำลังแล้วครับ ในระหว่างการเดินทางเราก็เปิด เดี่ยว 7.5 ขึ้นมาดู ต้องบอกว่าพี่โน้ต อุดม แสดงตลกได้อย่างสนุกมาก แค่นำเรื่องปกติของคนเราที่มองข้ามมาตีแผ่ได้อย่างสนุกสนานทีเดียว ผมชอบตอนที่พี่เค้าคิดว่าหน้าตาเริ่มแก่ เลยต้องการบูรณะหน้าตาโดยการไปพึ่งเครื่องสำอางจากเจ๊เล้ง โดยมีทั้งครีมทานู้นทานี้ (ส่วนตัวกระผมก็ไม่เคยรู้เหมือนกันว่าจะครีมประทินผิวจะมีมากขนาดนี้เลยทีเดียว) ซึ่งพี่โน้ตตัดสินใจได้ดีมากครับด้วยการนำทุกครีมมาผสมกันทุกตัวเลยแล้วก็ทาทั้งตัว โดยให้เหตุผลว่า “ครีมเหล่านี้ผมซื้อมาตั้งแพง ตอนทายังทำไมต้องให้เรามารับผิดชอบอีกว่า ครีมตัวนี้ทาเล็บ ครีมตัวนี้ทามือ ครีมตัวนี้ทาดวงตา ฯลฯ จึงคิดว่านำมาผสมกันแล้วทาทั้งตัวโดยให้ครีมแต่ละตัวรับผิดชอบกันเอง ครีมไหนมีหน้าที่อะไรก็ไปรักษากันเอง 5555”

ตอนนี้เราก็มาถึงโรงแรมแล้วครับ ทิวทัศน์ในโรงแรมค่อนข้างสวยมากเพราะมองตรงไปจากหน้าโรงแรมเราก็จะมองเห็นแม่น้ำโขง และแผ่นดินประเทศลาวครับ (เป็นการนอนได้เฉียดใกล้เคียงต่างประเทศอีกแล้วครับ หลังจากเคยนอนเฉียดต่างประเทศที่จังหวัดมุกดาหาร) สภาพภายในโรงแรมตกแต่งได้อย่างหรูหรามาก ความคิดตอนนี้ก็เตลิดไปไกลแล้วครับ ว่าภายในห้องต้องหรูอย่างงั้นอย่างงี้ สักพักก็มี Bell Boy มาขนสัมภาระเพื่อไปเข้าห้องพัก ปกติเราก็ต้องคิดว่าห้องพักน่าจะอยู่ข้างบนเสมอแต่โรงแรมนี้มาแปลกวันนี้กระผมต้องลงบันไดครับ ทีแรกคิดว่าเป็นห้องใต้ดิน (ในระหว่างเดินเข้าห้องพักต้องบอกว่าซับซ้อนมาก) และในที่สุดเราก็มาถึงห้องพักแล้วครับ สภาพธรรมดามากผิดจากด้านหน้าโรงแรมเลยทีเดียว

หลังจากเข้าห้องพักเรียบร้อยทางทีมงานสาวสวยก็ชวนไปเดินดูห้องประชุมพรุ่งนี้กันครับ ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างเราเริ่มเดินไปเรื่อย ๆ จนมาถึงห้องประชุมแล้วครับสภาพห้องเล็กมากเมื่อเปรียบเทียบปริมาณผู้เข้าฟังที่ลงทะเบียนประมาณพื้นที่แมวตายครับ เราจึงต้องปรับแผนใหม่ด้วยการจัดเป็นเก้าอี้อย่างเดียวไม่มีโต๊ะในใจก็เริ่มคิดว่าผู้มาเข้าฟังพรุ่งนี้ต้องอึดอัดแน่ ๆ (เริ่มเอาเรื่องพรุ่งนี้เข้ามาเครียด นิด ๆ ) เมื่อกระผมกลับถึงห้องก็เริ่มพิมพ์ Blog อย่างต่อเนื่องและก็ผล็อยหลับไปตอน 22.45 น.(อาบน้ำแล้วนะครับ) ต้องถือว่าการหลับครั้งนี้หลับอย่างสนิทเลยครับ จนตื่นเลยเวลาเลยครับวันนี้กระผมตื่นมาประมาณ 6.22 น. จึงรีบไปอาบน้ำอย่างรวดเร็วเพราะกลัวจะสาย หลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็ลองดูบรรยากาศข้างนอกไปเพื่อเป็นการฆ่าเวลาขณะพี่บอยอาบน้ำอยู่ มองไปข้างนอกก็เห็นทิวทัศน์แม่น้ำโขง และแผ่นดินที่อยู่ข้างหน้าก็คือประเทศลาวนั่นเองครับ (วิวตอนนั้นสวยมากครับ ) หลังจากเสพทิวทัศน์จนอิ่มแล้ว ก้มมองข้างล่างก็เห็นปาร์ตี้ยันเช้าของเหล่ามดแดงกำลังซัดซากจิ้งจกกันอยู่เลย (ความสุขที่ได้รับจากทิวทัศน์กลับหายไปทันที)

และในขณะนี้ผมก็ได้เดินทางมาถึงห้องทานอาหารเช้า มองออกไปข้างนอกก็เป็นบรรยากาศริมฝั่งโขงเช่นเดิมครับ ทำบรรยากาศการพูดคุย (เมาท์) ของทีมงานกระผมเป็นไปอย่างครึกคื้นมากขึ้น หลังจากทานอาหารกันเสร็จพวกเราก็ขึ้นมาข้างบนห้องประชุมเพื่อเตรียมงาน CSR Campus ของจังหวัดนครพนมแล้วครับ พอเราจัดของเตรียมเสร็จเรียบร้อยก็เริ่มมีผู้เข้าฟังของจังหวัดนครพนมมาแล้ว โดยท่านแรกเป็นนักศึกษามาเช้ามากครับประมาณ 8.20 น.กระผมกลัวว่าน้องนักศึกษาท่านนี้จะเหงา จึงเค้าไปคุยสัพเพเหระสรุปได้ว่าน้องเค้าโดนเพื่อนอำครับว่างานเริ่ม 8.00 น. (ขนาดโดนเพื่อนอำยังมา Late ตามเวลาอำเลย) พอใกล้เวลาเริ่มงานผู้เข้าฟังก็ยังมาไม่ครบตามจำนวนที่ลงทะเบียนอยู่ดีมองอีกแง่ถือว่าเป็นเรื่องโชคดีเหมือนกันที่จำนวนผู้เข้าฟังมาได้พอดีกับพื้นที่ห้องพอดี มิเช่นนั้นคงต้องขี่คอกันฟังบรรยายอย่างแน่นอน

มาในกิจกรรมเรื่องแรกหน้าที่พลเมืองมีหัวข้อที่น่าสนใจดังนี้เช่น การเป็นผู้มีความสัตย์ด้วยการไม่คดโกงบุคคลอื่น เช่น การทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริตไม่คดโกงต่อบุคคลอื่นและตัวเอง มีความซื่อตรงโปร่งใสต่อหน้าที่การทำงานในส่วนของพลเมืองบรรษัทอยากให้ธุรกิจไม่ดำเนินกิจการที่สร้างความเดือดร้อนเสียต่อส่วนรวม เพราะหากทำได้ตามข้อดังกล่าวก็ถือว่าองค์กรมีความรับผิดชอบสูง และเคารพกฎหมายอยู่แล้ว ส่วนหัวข้อถัดมาคือ การเป็นผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนในศาสนาอย่างเคร่งครัด ด้วยการปฏิบัติตามหลักศีล 5 เพราะถือว่าถ้าปฏิบัติตามแล้วจะครอบคลุมถึงการปฏิบัติตามกฏหมายด้วยรวมถึงการไม่เบียดเบียนต่อผู้อื่นอีกต่างหาก ส่วนเรื่องพลเมืองบรรษัทอยากให้องค์กรธุรกิจมีการเปิดเผยข้อมูลและรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานอย่างถูกต้องและโปร่งใสเนื่องจากตอนนี้ปัจจุบันเป็นยุคของ IT ซึ่งหากองค์กรสามารถเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนจะทำให้องค์กรมีความน่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับจากสังคมด้วย

กิจกรรมเรื่อง CSR เชิงระบบมีหัวข้อที่น่าสนใจดังนี้เช่น การทบทวนและปรับปรุงการปฏิบัติดำเนินงานขององค์กรที่เกี่ยวกับ CSR โดยเริ่มจากโครงการ 5 ส.มานำเสนอให้ทุกฝ่ายทราบและเห็นความสำคัญ เมื่อทุกฝ่ายเข้าใจและเห็นความสำคัญก็จะเริ่มดำเนินโครงการ 5ส.โดยเริ่มจากตนเอง เพื่อนร่วมงาน และบุคลากรภายในองค์กรทุกคน ซึ่งจะทำให้ประโยชน์จากการทำ 5ส.ของทั้งองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น หัวข้อต่อมาคือการบูรณาการเรื่อง CSR ทั่วทั้งองค์กรโดยเริ่มจากกิจกรรมการเก็บขยะในวิทยาลัยการอาชีพธาตุพนม ซึ่งจะเก็บทั้งตอนเช้าและตอนเย็น โดยนำขยะดังกล่าวไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่า หรือนำไปประดิษฐ์เป็นสินค้าต่อไปซึ่งจะสามารถทำให้วิทยาลัยสะอาดขึ้นรวมถึงสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย

ตอนนี้ก็ถึงช่วงพักเที่ยงแล้วครับในระหว่างที่กำลังเดินรอไปทานข้าวผมก็ชวนพนักงานโรงแรมพูดคุยไปเรื่อยเปื่อยจนได้รู้ว่า ประเพณีไหลเรือไฟที่แท้จริงต้นฉบับมาจากจังหวัดนครพนมนี่เองไม่ใช่สกลนครอย่างที่ผมคิดและการที่ติดกับลาวถ้าเทียบเศรษฐกิจระหว่างนครพนมเทียบกับมุกดาหารดูจังหวัดมุกดาหารจะเศรษฐกิจดีกว่าอีกด้วยเพราะมีสะพานแล้ว ส่วนพื้นที่นครพนมที่ติดกับฝั่งลาวจะเน้นการท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากกว่า (พื้นที่ติดลาวเหมือนกันแต่ละจังหวัดก็เด่นไปจังหวัดละแบบจริง ๆ) สักพักผมก็มาที่โต๊ะอาหารแล้วครับซึ่งวันนี้ทางทีมงานได้มาทานข้าวกลางวันที่โรงแรมในบรรยากาศ Open Air เรียกตามภาษาชาวบ้านก็คือนั่งข้างนอกโรงแรมแหละครับ (ก็ดีนะครับเปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ แต่ก็แอบอากาศร้อนนิดนึง) หลังจากทานข้าวเสร็จทางทีมงานก็รีบเตรียมตัวไปดำเนินกิจกรรมต่อไปทันที

มาถึงกิจกรรมของ Creative CSR ที่เป็นที่น่าสนใจของชาวจังหวัดนครพนมโดยมีดังนี้เช่น “โครงการมัคคุเทศก์อาสาพัฒนาการท่องเที่ยว” โดยเริ่มจากการสำรวจแหล่งท่องเที่ยว และการกำหนดโปรแกรมการท่องเที่ยวโดยการประสานงานประชาสัมพันธ์ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมถึงมีการอบรมมัคคุเทศก์ตามโปรแกรมการท่องเที่ยวที่กำหนดด้วย ซึ่งจะสามารถสร้างประโยชน์แก่ประชาชนในจังหวัดนครพนมได้รับรายได้จากการท่องเที่ยวมากขึ้น

โครงการต่อมา คือ “โครงการส่งเสริมอาชีพชุมชน” โดยเริ่มจากการประชาสัมพันธ์ให้แก่คนชุมชนให้ทราบโครงการ และมีการ สำรวจความต้องการอาชีพของคนในชุมน รวมถึงจัดหาหน่วยงานที่มีความชำนาญในอาชีพนั้นมาอบรมผู้เข้าร่วมและสุดท้ายประชาชนจะผ่านการอบรมและมีความสามารถทักษะมากขึ้น เช่น การทำขนมครกส่งออกต่างประเทศโดยการคิดสูตรขนมครกรสชาติต่าง ๆ ที่มีให้เลือกหลากหลายและแพ็คใส่กล่องโดยผู้บริโภคสามารถรับประทานได้โดยง่ายด้วยการอุ่นผ่านไมโครเวฟ เป็นต้น

ในส่วนโครงการสุดท้าย คือ “โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์น้ำตกตาดขาม” โดยแนวคิดมาจากการที่น้ำตกตาดขามสามารถเดินทางได้สะดวก แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักในหลายแห่งในหลายอำเภอ โดยเริ่มการประชาสัมพันธ์แก่นักท่องเที่ยวและบุคคลภายนอกได้รับทราบ จัดให้มีไกด์นำเที่ยวโดยใช้นักเรียน นักศึกษาในท้องถิ่นรวมถึงมีการนำสินค้า OTOP มาจำหน่ายด้วย ณ สถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวด้วยเพื่อเป็นเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้สินค้า OTOP อีกหนึ่งช่องทางด้วย

วันนี้กระผมมีโอกาสสนทนากับอาจารย์ชนินทร์ ทัศศร จากโรงเรียนธาตุพนมโดยท่านกล่าวว่า “ ผมว่าโครงการ CSR Campus เป็นโครงการที่ดีนะครับ ทำให้ผมทราบว่าการบริหารองค์กรในอนาคตจะต้องให้ความสำคัญทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยความร่วมมือของคนทั้งในองค์กรและสังคมเป็นส่วนร่วมด้วย และในส่วนของพลเมืองบรรษัทต้องมีการนำเรื่องนี้ไปจัดทำเป็นแผนนโยบายซึ่งต้องนำไปเผยแพร่สู่นักศึกษาด้วย และหากมองดูแผนหลักสูตรในปี 51 ก็จะมีเรื่องการให้นักศึกษามิจิตสาธารณะทำงานด้วยจิตใจซึ่งตรงกับเรื่อง CSR อีกด้วย”

ตอนนี้กิจกรรมเราก็เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งวันนี้เป็นวันที่เราทำกิจกรรม CSR Campus ในระดับจังหวัดในภาคอีสานเสร็จแล้วครับ เหลือแต่กิจกรรม CSR Campus ในระดับภาคอีสานที่จังหวัดนครราชสีมาเท่านั้นครับในวันที่ 15 กันยายน 2552 (ในใจคาดหวังว่าในงาน CSR Campus ระดับภาคอีสานคราวนี้น่าจะสนุกไม่แพ้ CSR Campus ระดับภาคกลางแน่นอน) ตอนนี้ทีมงานเราก็พร้อมออกเดินทางไปเที่ยวพระธาตุพนมแล้วครับ เดินทางสักพักก็มาถึงซึ่งภาพทีแรกที่ผมมองเห็นยอมรับสุดซึ้งครับว่าสวยงามกว่าพระธาตุเชิงชุมจริง ๆ อาจจะด้วยเพราะพระธาตุพนมมีขนาดใหญ่กว่า รวมถึงลวดลายที่สวยงามมาก ๆ นั่นเอง หลังจากเราไหว้พระธาตุพนมเรียบร้อยเราก็ตระเวนหาร้านอาหารแล้วครับ ซึ่งร้านที่เราไปทานวันนี้อยู่บนแพในแม่น้ำโขงครับ บรรยากาศบนแพก็ช่างเขย่าให้พวกเราพร้อมมึนหัวทันที แต่หลังจากเราชิมอาหารต้องบอกครับว่าความเผ็ดของอาหารได้สลัดคาบความมึนหัวของพวกเราได้อย่างดีทีเดียว (หากอาหารรสชาติไม่เผ็ดกระชากลิ้นขนาดนี้คงต้องมีอาเจียนกันบ้างอย่างแน่ ๆ 555) หลังจากเราทานอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยรถตู้เราก็มุ่งกลับกันแล้วครับ สุดท้ายกระผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีพี่น้องชาวอีสานจะมาร่วมงาน CSR Campus ระดับภาคอีสานกันมาก ๆ นะครับ (ยังไม่เลิกประชาสัมพันธ์) แล้ววันอังคารเรามาเจอกันใหม่นะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น