วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ปทุมธานี


วันนี้ตื่นมาตั้งแต่ 6.30 น. เช้าจริงๆ แล้วพวกพี่ๆ นัดเจอกันที่โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ต ณ ห้องบัวหลวงประมาณ 7.45 น. ซึ่งตัวเราอยู่แถวเกษตรฯ ส่วนโรงแรมอยู่ติดกับห้างเซียร์รังสิตพอดี จึงคิดว่าถ้าเราเดินผ่านเส้นวิภาวดีน่าจะใช้เวลาสัก 20 นาทีก็น่าจะถึง พอถึงเวลาจริงเรานั่งรถออกจากหอพักประมาณ 7.00 น. เรามาถึงห้างเซียร์รังสิต เกือบ 7.40 น. ทั้งยังไม่รู้ด้วยว่าโรงแรมมันติดกับห้างเซียร์ด้านไหนหว่า ตอนมองเห็นป้ายโรงแรมเอเซียแอร์พอร์ตก็ไม่นาอยู่ไกล แต่พอเราเดินไปหา มันช่างอยู่ไกลนัก เหมือนกับเรามองเห็นเป้าหมายแต่ไม่รู้จะไปยังไง ก็เดินเลาะไปเรื่อยๆ ในที่สุด ก็ถึงโรงแรมเอเซียแอร์พอร์ตจนได้ ขึ้นไปห้องที่จัดงานชั้น 10 หูนี้อย่างอื้อเลยครับ

วันนี้เกิดอาการซึมๆ อย่างบอกไม่ถูก เพราะเมื่อวานมีอาการไอเรื้อรังมาก (นึกว่าเป็นวัณโรค แต่ถ้าเป็นวันละโรคคงแย่) จึงไปซื้อยามาทานเอง เภสัชกรบอกว่า ถ้าทาน 1 เม็ดไม่ง่วง แต่ 2 เม็ดง่วง (นึกในใจถ้าทาน 1 เม็ดครึ่งจะอาการอย่างไร) เลยทานไป 2 เม็ดเมื่อคืนก็เกิดอาการง่วงจริงๆ ตามที่เภสัชกรบอก แต่ฤทธิ์ของยามันช่างรับผิดชอบต่อหน้าที่ได้ดีจริงๆ (เม็ดยาก็มี CSR ได้ด้วยนะครับ) ตั้งแต่เช้าจนเดี๋ยวนี้ยังง่วงอยู่เลย คิดว่าอาการดังกล่าวได้มาอยู่ในตัวกระผมทั้งวันแน่แล้วครับ

ตอนมาถึง ห้องบัวหลวง เราก็เจอแค่พี่โต้งกับคุณแม๊กซ์ แค่สองคนเท่านั้น แปลว่า พี่ๆ คนอื่นยังมาไม่ถึง เราก็มานั่งคัดเพลงที่จะเปิดรอคนเข้ามา ซึ่งพี่โต้งเน้นให้เป็นเพลงที่เร็วและไว เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมเกิดอาการตื่นตัวตลอด (เป็นกุศโลบายที่ดีจริงๆ) พอใกล้เวลางานจะเริ่ม คนก็ทยอยเข้ามาอย่างคึกคัก วันนี้ผู้เข้าร่วมงานโดยรวมจะเป็นผู้ใหญ่ซะส่วนมาก ที่จังหวัดปทุมธานีนี้ เราเริ่มเรียนรู้งานมากขึ้น ทั้งการถ่ายรูป การติดตั้งเครื่อง MP3 (แพงมาก 5,000 บาทแหนะ) การตั้งขากล้อง และการใช้กล้องวีดีโอบันทึกบรรยากาศในงาน

ช่วงกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องหน้าที่พลเมือง ในหัวข้อที่เป็นผู้ที่เชื่อฟังยำเกรงต่อพระราชกำหนดกฎหมายของประเทศบ้านเมืองทุกเมื่อ ได้มีการนำเสนอว่า ไม่ควรแบ่งแยกใส่เสื้อแดงหรือเสื้อเหลืองเวลาทะเลาะกัน สังคมจะได้ไม่แตกแยก ไม่วุ่นวาย รถไม่ติด ไม่ต้องหยุดงาน และจะได้ความสามัคคีในประเทศ ชาติจะได้พัฒนาอย่างไม่สะดุด หัวข้อต่อมาเป็นเรื่องการปฏิบัติตามคำสั่งสอนในศาสนาในประเทศบ้านเมืองที่ตนเป็นพลเมืองอยู่นั้นโดยเคร่งครัด โดยมีผู้นำเสนอว่า ทุกคนควรต้องอยู่ในศีลห้า ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า สังคมก็จะปกติสุข ได้ทั้งตัวเองและส่วนรวม ความสุขที่แท้จริงและยั่งยืนก็จะตามมา และหัวข้อสุดท้าย คือ การเป็นผู้มีความพากเพียรแสวงหาเครื่องเลี้ยงชีพของตนเองโดยชอบธรรม โดยผู้นำเสนอได้เคยทำนิทานเพลงสร้างเสริมจริยธรรมสำหรับเด็ก เลยอยากเสนอให้มีการปฏิบัติงานอย่างซื่อสัตย์สุจริต และให้ความรู้แก่เยาวชนในทุกๆ ด้าน เด็กๆ จะได้ประโยชน์ มองโลกในแง่ดี รู้จักรับผิดชอบ มีรายได้จากงานที่ดี และมีความภาคภูมิใจในตนเอง

ช่วงกิจกรรม CSR เชิงระบบในจังหวัดปทุมธานี มีหัวข้อที่น่าสนใจมานำเสนอ เช่น หัวข้อการทบทวนและปรับปรุงการกระทำและปฏิบัติขององค์กรที่มีผลต่อ CSR โดยมีชื่อกิจกรรมคือ “ ความเข้าใจในเรื่อง CSR ขององค์กร “ ซึ่งตัวกิจกรรมจะเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของ CSR และจะพยายามให้ความรู้ CSR ที่ถูกต้องแก่พนักงานในองค์กรในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งจะทำให้พนักงานสามารถปฏิบัติ CSR อย่างถูกต้องและทำให้เกิดผลดีแก่สังคมจังหวัดปทุมธานีอีกด้วย ส่วนอีกหัวข้อคือ การปฏิบัติในด้าน CSR โดยสมัครใจนอกเหนือจากที่มีอยู่ โดยในกิจกรรมจะเน้นให้ปฏิบัติ CSR ด้วยตนเองโดยไม่ต้องอิงต่อนโยบายบริษัท ซึ่งผลดีดังกล่าวจะส่งกระทบต่อบริษัทของตนเอง บริษัทรอบข้าง และชุมชนจังหวัดปทุมธานี

ในช่วงพักทานกาแฟตอนบ่าย ได้พบกับอาจารย์ณัฐกันย์ ชินนรานันท์ ภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่เราเคยศึกษาอยู่ ได้มีโอกาสพูดคุยกับอาจารย์อย่างถูกคอเป็นอันมาก และทำให้ทราบข้อมูลจากอาจารย์ว่าทางมหาวิทยาลัยก็มีความตื่นตัวในเรื่อง CSR มากแล้วเหมือนกันนะ อาจารย์บอกว่า ต่อไปควรต้องมีการบรรจุวิชา CSR ให้อยู่ในหลักสูตรเลยทีเดียว และยังกล่าวเสริมอีกว่า "ความรู้ที่ได้รับในวันนี้ ถือเป็นวิวัฒนาการอีกระดับหนึ่งของ CSR ในประเทศไทย และโครงการ CSR Campus ครั้งนี้ ถือว่าได้ทำให้บรรดาบริษัท สถาบันการศึกษา เกิดการตื่นตัวในเรื่อง CSR มากขึ้น ส้วนเนื้อหาเกี่ยวกับหน้าที่พลเมืองสำหรับผู้ประกอบการ ควรจะต้องถูกบรรจุลงในวิชาที่ต้องสอนด้วย“

อาจารย์อีกท่านหนึ่งที่ได้พูดคุยด้วย คือ อาจารย์ สุรศักดิ์ อุ่นสุพรรณ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกวิชาช่างก่อสร้าง จากวิทยาลัยเทคนิคธัญบุรี โดยอาจารย์ได้ให้แง่คิดว่า "ความรู้ด้าน CSR ในวันนี้ สามารถมาเติมเต็มให้ผมได้มาก เดิมเคยเรียนแต่วิชาด้านการจัดระบบองค์กร แต่วันนี้ได้รู้ว่า CSR มองลึกถึง Stakeholder ในทุกส่วน รวมทั้งมองถึงในเชิงผลกระทบด้วย" สำหรับมุมมองในเรื่องบรรษัทพลเมือง อาจารย์ได้กรุณาให้ความเห็นว่า "สมควรเผยแพร่สู่นักศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะนักศึกษาในปัจจุบันยังค่อนข้างด้อยในเรื่องคุณธรรมจริยธรรม โครงการ CSR Campus ครั้งนี้ ถือเป็นเหมือนสื่อที่มีนวัตกรรมแบบใหม่ ซึ่งสามารถถ่ายทอดให้แก่นักศึกษาโดยตรง เป็นการทดแทนการสื่อสารในแบบเดิมๆ ได้"

ในช่วงกิจกรรม CSR เชิงสร้างสรรค์ของจังหวัดปทุมธานี มีกิจกรรมที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม คือ “คืนปทุมให้ปทุมธานี” (ชื่อคล้องกันมาก) เพราะคำว่าปทุมแปลว่าดอกบัว และเป็นที่มาของกิจกรรมนี้ คือ การปลูกดอกบัวกลับคืนให้กับจังหวัดปทุมธานี นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบกิจกรรมเสริมเพื่อร่วมพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดปทุมธานี โดยจะมีกิจกรรมรณรงค์การรักษาลำคลองให้ใสสะอาด ร้านก๋วยเตี๋ยวริมแม่น้ำควรมีการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง จัดโครงการธนาคารขยะ นำขยะไปคัดแยกขายเพื่อนำเงินไปใช้ประโยชน์ นำผักตบชวาไปทำประโยชน์ในการจักสานเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือนำไปทำปุ๋ย เป็นต้น

กิจกรรมถัดมา คือ “โครงการบำบัดน้ำเสียโดยวิธีธรรมชาติ” ที่เสนอให้มีการปลูกพืชน้ำที่สามารถดูดซับสารพิษจากแม่น้ำลำคลองได้ และอาจเพิ่มการเลี้ยงพันธุ์ปลาที่ช่วยทำให้แม่น้ำลำคลองสะอาดขึ้น เช่น ปลาดุก และเมื่อแม่น้ำลำคลองสะอาดขึ้น เกษตรกรใกล้เคียงก็สามารถนำน้ำดังกล่าวมาใช้ทำการเกษตรได้ เป็นประโยชน์สืบเนื่องซึ่งกันและกัน กิจกรรมนี้จะเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนใกล้เคียง และมีการประชาสัมพันธ์โครงการไปสู่จังหวัดต่างๆ ด้วย

และกิจกรรมที่เสนอรั้งท้าย คือ “โครงการรักษาสิ่งแวดล้อม ลดใช้พลังงาน” ที่เสนอให้มีการวิ่งเรือโดยสารประจำทาง เส้นรังสิต – นครนายก เพื่อลดปัญหาการจราจรทางบกที่ติดขัด และเป็นการช่วยเพิ่มออกซิเจนในคลองรังสิตทางอ้อม นับเป็นการเพิ่มทางเลือกในการเดินทางแก่ประชาชนที่สัญจรในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ เรือโดยสารอาจพิจารณาใช้พลังงานจากไฟฟ้าแทนน้ำมัน ซึ่งก็จะทำให้เป็นการลดมลภาวะที่เกิดขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

ในที่สุดแคมปัสที่จังหวัดปทุมธานีก็จบลงด้วยดี และวันนี้ก็เป็นวันที่ผลพลอยได้ออกซะที (เงินเดือน) ก็เลยขอไปเที่ยวเซ็นทรัลลาดพร้าวซะหน่อย แต่ก็ไม่ได้ซื้อของอะไรกลับมาเลย (หรือว่าเราอาจจะมีความสุขแค่ได้เจอสินค้าใหม่ๆ หว่า) แต่กลับเห็นเด็กระดับมหาวิทยาลัยเข้าไปซื้อของกันเต็มเลย (เราก็เคยเป็นแบบนักศึกษากลุ่มนี้) แต่วันนี้เรากลับมาคิดว่าเงินทองของนักศึกษาส่วนใหญ่มาจากบุพการีซะมากกว่า ไม่ใช่เงินที่นักศึกษาหาได้เอง มาวันนี้ เราทำเงินได้เอง กลับเห็นคุณค่าเงินทองมากขึ้น ซึ่งเหตุผลนี้หรือเปล่า ทำให้เราใช้เงินทองอย่างมีคุณค่ามากขึ้น (เกินไปหรือเปล่า แค่เงินเดือนออก) ในที่สุด ก็กลับมาถึงห้องประมาณ 21.00 น. เฮ้อ วันนี้ก็จะได้นอนแต่หัวค่ำซะที (นอนดึกมาหลายวันแล้ว)
อิอิ......


2 ความคิดเห็น:

  1. อยากให้โครงการ “คืนปทุมให้ปทุมธานี” เกิดขึ้นจริงๆจังเลย เวลาผ่านไปแถวนั้นจะได้เห็นดอกบัวแยะๆ ว่าแต่ว่าอยากรู้จังว่าที่อยุธยา กิจกรรมราบรื่นดีไหมคะ??? อ่านแล้วเพลินดีจะติดตามอ่านทุกจังหวัดนะคะ

    ตอบลบ
  2. เสียดายจังเลยไม่ได้เข้าร่วมในวันนั้น ว๊า จะมาปทุมอีกหรือเปล่า อิอิ

    ตอบลบ